เครื่องเขียนยังโตได้อีกไหม ในยุคดิจิทัล

87 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องเขียนยังโตได้อีกไหม ในยุคดิจิทัล

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ทุกอุตสาหกรรมต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โลกปัจจุบัน หลายธุรกิจที่เคยเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกกลับต้องล้มหายตายจากไปเนื่องจากยุคสมัยที่ไม่มีจะขวางกั้นได้

เมื่อลองมองย้อนมาที่เครื่องเขียนในยุคนี้ หลายคนยอมรับว่า ทุกวันนี้ ตนไม่ได้เข้าร้านเครื่องเขียนกันแล้ว เพราะทุกอย่างมันดูง่ายดายไปหมดเมื่อมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่คอยสนับสนุนในด้านการทำงานและการเรียน แม้ว่าสมุดและปากกายังคงเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพในการทำงานและการเรียน แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของยุคดิจิทัลเป็นปัจจัยขัดขวางอุตสาหกรรมนี้อย่างชัดเจน นั่นจึงส่งผลให้การใช้เครื่องเขียนของพวกเขาลดลงไป

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ร้านเครื่องเขียนยังอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ได้

ปัจจัยแรก คือ การเติบโตที่รวดเร็วของธุรกิจสตาร์ทอัพในแต่ละประเทศ การเติบโตที่ก้าวกระโดดจะทำให้ธุรกิจเพิ่มขนาดอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการจึงมีการใช้อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียนมากขึ้น ถึงแม้ว่ามีธุรกิจสตาร์ทอัพล้มเหลวเป็นจำนวนมาก แต่สตาร์ทอัพเจ้าที่ได้ไปต่อในตลาด จะทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก

ปัจจัยที่สอง คือ นโยบายของรัฐบาลแต่ละประเทศที่ยังคงให้ความใส่ใจการศึกษาของประชาชนเป็น การเพิ่มขึ้นของสถานศึกษาทั้งในเขตเมืองและชนบท จึงส่งผลให้การใช้เครื่องเขียนยังเติบโตได้ต่อในอนาคต


การจ้างงานและการเข้าถึงการศึกษาที่เพิ่มขึ้น สองสิ่งนี้เป็นปัจจัยทางตรงที่ช่วยเพิ่มการใช้เครื่องเขียนในชีวิตประจำวัน แม้อัตราการใช้เครื่องเขียนต่อคนลดลง แต่จำนวนคนที่ใช้มีมากขึ้น จึงทำให้ร้านขายเครื่องเขียนคงอยู่ต่อได้

ในความเห็นส่วนตัว แอดมินมองว่า หากไม่มีการปรับตัว ธุรกิจอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียนก็ไปต่อลำบากในระยะยาว ทุกวันนี้ โลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ที่ต่อไปพนักงานบริษัทไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศกันแล้ว การใช้กระดาษในสำนักงานจะถูกลดจำนวนลง เพราะการเก็บข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์นั้นมีความปลอดภัยกว่าและผิดพลาดน้อยกว่า หลายธุรกิจผู้ค้าเครื่องเขียนรายใหญ่ของโลก มีการปรับตัวสร้างจุดขายของตนเองใหม่ โดยเปลี่ยนจากร้านขายอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียน เป็นผู้ขายปัจจัยการทำงาน กล่าวคือ การขายสินค้าและบริการที่คนทำงานต้องใช้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นเฉพาะอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียนเท่านั้น

นั่นจึงหมายความว่า หากในโลกนี้ยังมีคนทำงานอยู่ โมเดลธุรกิจแบบนี้ก็ยังสามารถอยู่ได้ในระยะยาวนั่นเอง